Fomesafen solution

100μg/mL in Acetonitrile, uncertainty 3%

Reagent รหัส: #186980
fingerprint
หมายเลข CAS 72178-02-0

science Other reagents with same CAS 72178-02-0

blur_circular ข้อมูลจำเพาะทางเคมี

scatter_plot ข้อมูลโมเลกุล
น้ำหนัก 438.76 g/mol
สูตร C₁₅H₁₀ClF₃N₂O₆S
badge หมายเลขทะเบียน
EC Number 276-439-9
MDL Number MFCD01632756
inventory_2 การจัดเก็บและการจัดการ
พื้นที่จัดเก็บ 2-8°C

description รายละเอียดสินค้า

สารฟอมีเซเฟนเป็นสารกำจัดวัชพืชที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาคการเกษตร โดยเฉพาะในการปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพด และพืชไร่ชนิดอื่น ๆ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใบกว้าง เช่น ผักตบชวา หญ้าดอกขาว และวัชพืชอื่น ๆ ที่มักขึ้นรบกวนในแปลงเพาะปลูก การใช้ฟอมีเซเฟนช่วยลดการแข่งขันด้านสารอาหาร น้ำ และแสงสว่างระหว่างพืชเศรษฐกิจกับวัชพืช ส่งผลให้ผลผลิตของพืชเพิ่มขึ้น และคุณภาพของผลผลิตดีขึ้นด้วย ฟอมีเซเฟนมักใช้ในรูปของสารผสมกับสารกำจัดวัชพืชชนิดอื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชทั้งชนิดใบกว้างและใบแคบ นอกจากนี้ ฟอมีเซเฟนยังมีคุณสมบัติเป็นสารที่ดูดซึมเข้าทางใบและลำต้นของวัชพืช ทำให้เกิดการหยุดยั้งการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ส่งผลให้วัชพืชเหี่ยวและตายลงภายในไม่กี่วันหลังการพ่น การใช้สารนี้ควรปฏิบัติตามอัตราที่แนะนำ และพิจารณาช่วงเวลาการพ่นอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลกระทบต่อพืชหลักและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแหล่งน้ำและสิ่งมีชีวิตไม่เป้าหมาย

shopping_cart ขนาดและราคาที่มีจำหน่าย

ปริมาณ Availability ราคาต่อหน่วย จำนวน
inventory 1.2ml
10-20 days ฿820.00

ตะกร้า

ไม่มีสินค้า

Subtotal: 0.00
รวมทั้งสิ้น 0.00 THB
Fomesafen solution
No image available
สารฟอมีเซเฟนเป็นสารกำจัดวัชพืชที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาคการเกษตร โดยเฉพาะในการปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพด และพืชไร่ชนิดอื่น ๆ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใบกว้าง เช่น ผักตบชวา หญ้าดอกขาว และวัชพืชอื่น ๆ ที่มักขึ้นรบกวนในแปลงเพาะปลูก การใช้ฟอมีเซเฟนช่วยลดการแข่งขันด้านสารอาหาร น้ำ และแสงสว่างระหว่างพืชเศรษฐกิจกับวัชพืช ส่งผลให้ผลผลิตของพืชเพิ่มขึ้น และคุณภาพของผลผลิตดีขึ้นด้วย ฟอมีเซเฟนมักใช้ในรูปของสารผสมกับสารกำจัดวัชพืชชนิดอื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชทั้งชนิดใบกว้างและใบแคบ นอกจากนี้ ฟอมีเซเฟนยังมีคุณสมบัติเป็นสารที่ดูดซึมเข้าทางใบและลำต้นของวัชพืช ทำให้เกิดการหยุดยั้งการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ส่งผลให้วัชพืชเหี่ยวและตายลงภายในไม่กี่วันหลังการพ่น การใช้สารนี้ควรปฏิบัติตามอัตราที่แนะนำ และพิจารณาช่วงเวลาการพ่นอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลกระทบต่อพืชหลักและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแหล่งน้ำและสิ่งมีชีวิตไม่เป้าหมาย
Mechanism -
Appearance -
Longevity -
Strength -
Storage -
Shelf Life -
Allergen(s) -
Dosage (Range) -
Dosage (Per Day) -
Mix Method -
Heat Resistance -
Stable in pH range -
Solubility -
Product Types -
INCI -

Purchase History for

Loading purchase history...