กรดพารา-อะมิโนเบนโซอิก (Para-aminobenzoic acid หรือ PABA) ซึ่งบางครั้งถูกเรียกอย่างไม่ถูกต้องว่าวิตามินบีเอ็กซ์ (Vitamin Bx) เป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับแบคทีเรียบางชนิด (เป็นสารตัวกลางในการสังเคราะห์โฟเลต) แต่ก็ไม่จัดเป็นวิตามินสำหรับมนุษย์ เนื่องจากเราได้รับโฟเลตโดยตรงจากอาหารและไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองโดยใช้ PABA ได้
ในอดีตและปัจจุบัน PABA และอนุพันธ์ของมันได้ถูกนำมาศึกษาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ต่างๆ แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือสำหรับประโยชน์ที่กล่าวอ้างหลายอย่างนั้นมีจำกัดหรือยังขาดอยู่
ต่อไปนี้คือรายละเอียดของการใช้ประโยชน์ที่เป็นไปได้และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง:
การป้องกันแสงแดด (ใช้ทาภายนอก):
ข้อกล่าวอ้าง: PABA และอนุพันธ์เอสเทอร์ของมันเป็นสารเคมีกลุ่มแรกๆ ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด เนื่องจากสามารถดูดซับรังสียูวีบี (UVB) ได้ดี
หลักฐาน: ความสามารถของ PABA ในการดูดซับรังสียูวีบีนั้นเป็นที่ยอมรับกันดี อย่างไรก็ตาม การใช้ PABA ในครีมกันแดดได้ลดลงอย่างมากเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอาการแพ้ (ผื่นแพ้สัมผัส) และภาวะไวต่อแสงในบางคน ทำให้สารกรองรังสียูวีชนิดอื่นเข้ามาแทนที่
การอ้างอิง: แม้ว่าการอ้างอิงเฉพาะสำหรับคุณสมบัติการดูดซับรังสียูวีพื้นฐานจะเป็นความรู้ทางเคมี แต่บทวิจารณ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และส่วนผสมของครีมกันแดดได้กล่าวถึงการเพิ่มขึ้นและการลดลงของการใช้งาน (เช่น History of Sunscreens. J Am Acad Dermatol. 2001 ; Update on sunscreen safety and effectiveness. Cleve Clin J Med. 2021 )
ภาวะทางผิวหนัง (ใช้รับประทาน - มักอยู่ในรูป โพแทสเซียม พารา-อะมิโนเบนโซเอต หรือ Potaba):
โรคเพโรนีย์ (Peyronie's Disease): ภาวะนี้เกี่ยวข้องกับการเกิดเนื้อเยื่อพังผืดในอวัยวะเพศชาย โพแทสเซียม พารา-อะมิโนเบนโซเอต (Potaba) ได้ถูกนำมาศึกษาเพื่อใช้รักษา
ข้อกล่าวอ้าง: Potaba อาจช่วยทำให้เนื้อเยื่อพังผืดนุ่มลง และลดขนาดของพังผืดหรือความโค้งงอของอวัยวะเพศ
หลักฐาน: หลักฐานยังผสมผสานและเป็นที่ถกเถียง การศึกษาในอดีตบางชิ้นชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านพังผืดผ่านการเพิ่มการใช้ออกซิเจนของเนื้อเยื่อ อย่างไรก็ตาม การศึกษาเหล่านี้หลายชิ้นมีข้อจำกัดทางระเบียบวิธีวิจัย บทวิจารณ์และแนวทางปฏิบัติล่าสุดมักตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของมัน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการรักษาแบบใหม่ๆ และมักต้องใช้ในขนาดสูง ซึ่งนำไปสู่ผลข้างเคียงทางเดินอาหาร
การอ้างอิง:
Weidner, W., Hauck, E. W., & Schnitker, J. (2005). Potassium paraaminobenzoate (POTABA) in the treatment of Peyronie's disease: a prospective, placebo-controlled, randomized study. 1 European Urology, 47 (4), 515–521. (การศึกษานี้ไม่พบประโยชน์ที่สำคัญกว่ายาหลอกในด้านขนาดพังผืดหรือความโค้งงอของอวัยวะเพศ)
บทวิจารณ์มักอ้างถึงผลลัพธ์ที่ผสมผสาน: เช่น Levine, L. A. (2007). Peyronie's disease: A review. Reviews in Urology, 9 (2), 69–78.
โรคหนังแข็ง (Scleroderma): โรคภูมิต้านตนเองเรื้อรังที่ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันแข็งและตึง
ข้อกล่าวอ้าง: Potaba อาจช่วยทำให้ผิวนุ่มลงและปรับปรุงการเคลื่อนไหวในโรคหนังแข็งบางรูปแบบ
หลักฐาน: คล้ายกับโรคเพโรนีย์ หลักฐานส่วนใหญ่มาจากการศึกษาเก่าๆ ที่มักไม่มีกลุ่มควบคุม หรือเป็นรายงานผู้ป่วย การใช้งานไม่แพร่หลาย และยังขาดข้อมูลการทดลองทางคลินิกที่น่าเชื่อถือมายืนยันประสิทธิภาพ การใช้ในขนาดสูงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเป็นข้อกังวล
การอ้างอิง: Zarafonetis, C. J., et al. (1964). Treatment of scleroderma. Annals of Internal Medicine, 60 , 359-369. (ตัวอย่างงานวิจัยเก่า) บทวิจารณ์สมัยใหม่มักเน้นย้ำถึงการขาดหลักฐานที่น่าเชื่อถือ
โรคด่างขาว (Vitiligo): ภาวะที่ทำให้ผิวหนังสูญเสียเม็ดสีเป็นหย่อมๆ
ข้อกล่าวอ้าง: PABA อาจช่วยในการสร้างเม็ดสีใหม่ ซึ่งอาจผ่านกลไกต้านอนุมูลอิสระหรือปฏิกิริยากับการผลิตเมลานิน
หลักฐาน: มีหลักฐานจำกัดมาก ส่วนใหญ่มาจากการศึกษาขนาดเล็กในอดีตหรือรายงานตามประสบการณ์ ไม่ถือเป็นการรักษามาตรฐานหรือที่พิสูจน์แล้วสำหรับโรคด่างขาว
การอ้างอิง: โดยทั่วไป บทวิจารณ์ด้านตจวิทยา (ผิวหนัง) สมัยใหม่ไม่ได้ระบุว่า PABA เป็นวิธีการรักษาโรคด่างขาวที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ
การฟื้นฟูสีผม:
ข้อกล่าวอ้าง: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร PABA สามารถป้องกันหรือย้อนกลับผมหงอกได้
หลักฐาน: ข้อกล่าวอ้างนี้ส่วนใหญ่มาจากการศึกษาในสัตว์ฟันแทะยุคแรกๆ (ราวทศวรรษ 1940) และรายงานตามประสบการณ์ในมนุษย์ ยังไม่มีหลักฐานการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ขนาดใหญ่ที่น่าเชื่อถือซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเสริม PABA ช่วยฟื้นฟูสีผมได้ การขาดสารอาหารบางอย่างอาจส่งผลต่อเส้นผมได้ แต่ PABA ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นปัจจัยในภาวะผมหงอกตามวัยโดยทั่วไป
การอ้างอิง: Sieve, B. F. (1941). Clinical achromotrichia. Science, 94 (2437), 257–258. (ตัวอย่างงานในยุคแรกที่มักถูกอ้างถึง ซึ่งเป็นเพียงประสบการณ์) การขาดการทดลองในมนุษย์ที่น่าเชื่อถือในภายหลังเป็นที่น่าสังเกต
ข้อกล่าวอ้างอื่นๆ: PABA ยังถูกเชื่อมโยงกับประโยชน์ต่อภาวะมีบุตรยาก ความเหนื่อยล้า ไข้รูมาติก และอาการปวดศีรษะตามประสบการณ์ แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญมายืนยันการใช้งานเหล่านี้
ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ:
โพแทสเซียม พารา-อะมิโนเบนโซเอต (Potaba): การศึกษาจำนวนมากที่ตรวจสอบ PABA สำหรับภาวะต่างๆ เช่น โรคเพโรนีย์และโรคหนังแข็ง ใช้รูปแบบเกลือโพแทสเซียม (Potaba) ซึ่งมักใช้ในขนาดที่สูงมาก (เช่น 12 กรัมต่อวัน)
ความปลอดภัยและผลข้างเคียง: Potaba ในขนาดสูงอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร (คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร) มีไข้ ผื่น และอาจเป็นพิษต่อตับได้ บ่อยครั้งจำเป็นต้องมีการติดตามผล การใช้ PABA ทาภายนอกอาจทำให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังได้
ปฏิกิริยาระหว่างยา: PABA สามารถรบกวนประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะกลุ่มซัลฟา (sulfa drugs) ได้ เนื่องจากแบคทีเรียใช้ PABA ในการสังเคราะห์โฟเลต และยาซัลฟาทำงานโดยการยับยั้งกระบวนการนี้ การรับประทาน PABA อาจต้านฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะได้