| เพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิว |
• เป็นไลปิดที่เลียนแบบไขมันตามธรรมชาติในผิว ช่วยเติมช่องว่างระหว่างเซลล์ชั้นหนังกำพร้า ลดการสูญเสียน้ำผ่านผิว (TEWL) • ฟื้นฟูโครงสร้าง lipid matrix หลังถูกสารระคายเคือง (เช่น SLS) |
0.5–5 % ในโลชั่น/ซีรั่ม; 10–20 % ใน cleansing oil |
Okuda et al. พบว่าสมทบ squalene 2 % สามารถย้อนกลับการเพิ่มขึ้นของ TEWL ในผิวมนุษย์และหนูที่ถูก SLS 5 % pmc.ncbi.nlm.nih.gov |
| ต้านอนุมูลอิสระและปกป้องจากรังสียูวี |
• เป็นตัว quench singlet oxygen ได้อย่างรวดเร็ว (k ≈ 108 M⁻¹s⁻¹) ป้องกันการเกิด lipid peroxidation • ลดการก่อตัวของ peroxide จาก UVA ที่ทำลายเซลล์ |
0.5–2 % ร่วมกับ UV filters หรือวิตามิน C/E |
Mukai et al. แสดงว่า squalene quench singlet oxygen ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระบบ n-butanol petdiatric.com |
| ต้านการอักเสบและปลอบประโลมผิว |
• ยับยั้ง signaling NF-κB และ COX-2 ลดการสร้าง IL-6 / PGE₂ ใน macrophage • ปริมาณมากอาจเกิด peroxide ให้ผลตรงกันข้าม จึงควรร่วมกับ antioxidant |
0.5–1 % ในสูตรทาทิ้ง |
Sánchez-Quesada et al. พบว่า squalene เพิ่ม IL-10, IL-4 และลด TNF-α, NF-κB ใน M1 macrophages pmc.ncbi.nlm.nih.gov |
| ส่งเสริมการหายของบาดแผลและการสังเคราะห์คอลลาเจน |
• กระตุ้นการเคลื่อนที่ของ fibroblast (scratch assay) และฟื้นฟูการสังเคราะห์คอลลาเจนที่ถูก UVA ยับยั้ง • ช่วย macrophage ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ vivo |
0.01–0.1 % ในเซลล์ศึกษา; 0.5–3 % ในเจล/ครีม |
งานวิจัยเดียวกับการต้านอักเสบชี้ว่า squalene ส่งเสริมสัญญาณ TIMP-2 และ recruitment factors pmc.ncbi.nlm.nih.gov |
| ส่งเสริมการซึมผ่านและเป็น lipid delivery enhancer |
• โครงสร้างยาว 30 คาร์บอน ทำให้มีความหนืดต่ำ เกลี่ยง่าย ช่วยละลายสาร lipophilic โดยไม่ระคายเคือง • เหมาะในนาโนอิมัลชันหรือ NLC |
2–15 % ในเฟสน้ำมัน |
รีวิว NLC ระบุว่า squalene มักใช้เป็น liquid lipid เสริมแกน lipid nanoparticle pmc.ncbi.nlm.nih.gov |